พลังงานความร้อนใต้พิภพ (Geothermal) ถูกพูดถึงมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะเป็น “ไฟฟ้าสะอาดที่ แบบจ่ายได้ต่อเนื่อง” (dispatchable / firm power) ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานหลัก และสามารถนำโซลาร์และลมที่ผันผวนมาเป็นพลังงานเสริมได้ซึ่ง
ปี 2025 คือช่วงที่นักลงทุนเริ่มมอง พลังงานความร้อนใต้พิภพ (Geothermal) ไม่ใช่แค่พลังงานทางเลือก แต่เป็น “โครงสร้างพื้นฐานพลังงานสะอาด” ที่มีบทบาทต่อระบบไฟฟ้าและอุตสาหกรรมในระยะยาว
ด้านล่างคือ “ภาพรวม 5–6 แนวโน้ม” ที่เห็นชัดจากข้อมูล Net Zero Insights และแหล่งวิเคราะห์ที่เกี่ยวข้อง
1) ดีลลงทุนพุ่งแรง และปี 2024 ถูกยกเป็นปีที่คึกคักที่สุด
Net Zero Insights ระบุว่า กิจกรรมการลงทุน (deal activity) พีคในปี 2024 โดยมีดีลรวม 25 ดีล มูลค่ารวมราว 622.83 ล้านดอลลาร์ ซึ่งสะท้อนว่า ตลาดกำลังให้ความสนใจ geothermal มากขึ้น ไม่ใช่แค่ “โรงไฟฟ้าแบบดั้งเดิม” แต่รวมถึงเทคโนโลยีที่พยายามลดความเสี่ยงใต้ดิน/ขยายพื้นที่ทำโครงการ ซึ่งสอดคล้องกับมุมมอง IEA ที่มองว่าเทคโนโลยีและการลดต้นทุนอาจทำให้พลังงานความร้อนใต้พิภพโตได้มากกว่าที่เคยเป็นมา
2) เงินกู้ (Debt) เริ่มเด่นขึ้น สัญญาณว่าโครงการเข้าใกล้การใช้งานจริงมากขึ้น
Debt financing แทบไม่มีนัยสำคัญในช่วง 2020–2022 (เฉลี่ยต่ำกว่า US$5M/ปี) แต่ ปี 2024 เป็นจุดเปลี่ยน (US$120M) และ ปี 2025 ยังอยู่ระดับสูง (US$105M)
การที่ “หนี้” เริ่มเข้ามามากขึ้น มักสอดคล้องกับภาพว่าโครงการ/บริษัทเริ่มมีโครงสร้างรายได้หรือสินทรัพย์ที่ “ธนาคาร/ผู้ให้กู้” ประเมินได้มากขึ้น แต่ไม่ได้แปลว่าทุกโครงการเข้าสู่เชิงพาณิชย์แล้ว—เพียงสะท้อนว่า มีผู้เล่นบางรายเริ่มเข้าเกณฑ์เงินทุนแบบ infrastructure มากขึ้น ตามที่ Net Zero Insights อธิบายไว้ว่า debt surge เกิดจาก “ผู้เล่นไม่กี่ราย” ที่โตพอจะดึงทุนลักษณะนี้
3) เงินระยะต้นยังนำ (Early-stage) แต่ดีลใหญ่ (Late-stage) “กระจุกตัว”
Net Zero Insights บอกว่า การลงทุนระยะต้น (early-stage) ตั้งแต่ปี 2020 ถึงปัจจุบันมี 52 ดีล มูลค่ารวมราว US$641.47M และในนั้น pre-seed/seed 42 ดีล รวมมูลค่าประมาณ US$169.85M ในขณะที่ดีลใหญ่ late-stage มีจำนวนน้อยกว่าที่ 15 ดีล แต่เม็ดเงินสูง รวมมูลค่าประมาณ US$736.97M และมักกระจุกตัวอยู่กับผู้เล่นไม่กี่ราย
4) อเมริกาเหนือครองแชมป์—เงินทุนกระจุกที่สหรัฐชัดเจน
รายงานชี้ว่า อเมริกาเหนือเป็นภูมิภาคที่นำโด่ง ในการระดมทุนพลังงานความร้อนใต้พิภพ (ช่วง 2020–2025)
- อเมริกาเหนือดึงเงินทุนรวม ~US$1.6B
- ยุโรป ~US$299M
เหตุผลเชิงระบบ ได้แก่
- สหรัฐมีความต้องการแหล่งไฟฟ้าคาร์บอนต่ำที่ “จ่ายต่อเนื่อง/เสถียร” ในบริบทการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ซึ่ง IEA เองก็ชี้บทบาท geothermal ในการเป็น dispatchable low-emissions electricity
- โครงสร้างเงินทุน (VC และการเงินโครงการ) และ ecosystem ด้านนวัตกรรมในสหรัฐแข็งแรง สอดคล้องกับที่ Net Zero Insights ระบุว่า innovation landscape ยัง “หนักไปทางสหรัฐ”
- แรงขับจาก “ไฟฟ้าเพื่อดิจิทัล/AI-data center” เป็นธีมที่ถูกพูดถึงกว้างในสหรัฐ และมีดีล/ข่าวลงทุนที่เชื่อม geothermal กับการจ่ายไฟให้ data center (เช่น Fervo และความสนใจของ Big Tech/นักลงทุน)
5) ธีมที่นักลงทุนให้ค่ามากขึ้น: “ลดความเสี่ยงใต้ดิน” + “ทำให้เจาะได้เร็วและถูก”
Net Zero Insights สรุปทิศทางเงินทุนว่าไปที่ “เทคโนโลยี” หนักมาก โดยหมวดที่ดึงทุนสูง ได้แก่
- กเทคโนโลยีการผลิตพลังงานความร้อนใต้พิภพ
- การพัฒนาการเจาะและหลุมเจาะ
- การสำรวจ/ยืนยันศักยภาพแหล่ง
นักลงทุน/ตลาดทุนกำลังมองหา 2 อย่างหลัก
- ลดความไม่แน่นอนของใต้ดิน (สำรวจ-ประเมินให้แม่นขึ้นก่อนลงทุนเจาะหนัก)
- ทำให้ต้นทุนลดลงและทำซ้ำได้ (drilling เร็วขึ้น/ถูกลง/มาตรฐานขึ้น) ซึ่งสอดคล้องกับกรอบ IEA ที่ชี้ว่า “การปรับปรุงเทคโนโลยีและการลดต้นทุน” เป็นเงื่อนไขสำคัญที่จะทำให้ geothermal โตมากขึ้นในระยะยาว
H2: สรุป: ปี 2025 คือปีที่ “เงินเริ่มจริงจัง” กับ Geothermal มากขึ้น
ถ้าสรุปเป็นประโยคเดียว: เทรนด์ลงทุน geothermal ในปี 2025 คือ จากการทดลอง → ไปสู่การ scale โครงการจริง โดยมีสัญญาณสำคัญอย่าง “ดีลคึกคัก”, “เงินกู้เริ่มเด่น”, “early-stage เยอะ แต่เงินก้อนใหญ่กระจุกตัว”, และ “สหรัฐ/อเมริกาเหนือเป็นแกนหลักของการระดมทุน”





