ล่าสุด สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ได้ออกนโยบายใหม่ที่ชัดเจนในการผลักดันอุตสาหกรรมไทยให้ก้าวเข้าสู่ยุค “Smart & Sustainable Industry” โดยเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีอัจฉริยะ (Smart) ควบคู่กับการใช้พลังงานสะอาดและกระบวนการผลิตที่ยั่งยืน (Sustainable)
จุดเปลี่ยนสำคัญ
- ตั้งแต่ 30 มิถุนายน 2568 เป็นต้นมา บีโอไอไม่ให้สิทธิประโยชน์สำหรับโครงการที่เน้นติดตั้งโซลาร์เซลล์เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่เปลี่ยนโฟกัสไปที่ ระบบกักเก็บพลังงาน (Battery Energy Storage Systems: BESS) และโครงการพลังงานหมุนเวียนแบบผสมผสาน ซึ่งรวมถึงการอัพเกรดเครื่องจักรหรือระบบผลิตไฟฟ้าเพื่อความมีประสิทธิภาพสูงขึ้น
- บีโอไอได้ร่วมมือกับ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) เพื่อส่งเสริมบริษัทไทยให้ปรับตัวโดยใช้มาตรการ Smart & Sustainable โดยบีโอไอจะมอบสิทธิประโยชน์ทางภาษีภายใต้ “มาตรการอุตสาหกรรมอัจฉริยะและยั่งยืน” ขณะที่ SET จะช่วยในการขึ้นตลาดและสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน
สิทธิประโยชน์ที่น่าสนใจ
โครงการที่ ได้รับการส่งเสริมในกลุ่ม Smart & Sustainable Industry จะเน้นไปที่
- การใช้เทคโนโลยีอัตโนมัติและ Robotics
- การนำดิจิทัลและ IoT มาใช้ในโรงงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ
- การใช้พลังงานทางเลือก เช่น พลังงานหมุนเวียน + BESS หรือการ Upgrade เครื่องจักรให้ประหยัดพลังงาน
ทำไมภาคอุตสาหกรรมควรให้ความสนใจ
- เป็นโอกาสในการลดต้นทุนพลังงาน และ Boost ความสามารถการแข่งขันในระดับสากล
- เป็นภาพลักษณ์ที่ดีสู่ตลาดส่งออก และตอบสนองความต้องการจากบริษัทที่ให้ความสำคัญกับ ESG
- ได้สิทธิประโยชน์ทางการลงทุน เช่น ยกเว้นภาษี ค่าใช้จ่ายนำเข้า เครื่องมือ/อุปกรณ์ และสิทธิอื่น ๆ ที่ช่วยลดภาระการลงทุน
สิ่งที่ผู้ประกอบการต้องเตรียม
- ตรวจสอบว่าโครงการของคุณสอดรับกับเงื่อนไข “Smart & Sustainable” ของบีโอไอหรือไม่
- วางแผน Energy Transition เช่น ติดตั้ง BESS รวมกับ Renewable Energy, หรือปรับปรุงเครื่องจักร Efficiency สูง
- เตรียมเอกสารขอ Promotion และเข้าใจเงื่อนไขการใช้สิทธิ์





