จับตา Green Data Center พลังงานความร้อนใต้พิภพแห่งแรกในอินโดนีเซีย

ในยุคที่โลกกำลังก้าวเข้าสู่ เศรษฐกิจดิจิทัลอย่างเต็มตัว ความต้องการศูนย์ข้อมูล (Data Center) เพื่อรองรับปริมาณข้อมูลมหาศาลจากผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ต พื้นที่ธุรกิจออนไลน์ และบริการคลาวด์ทั่วโลก กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งอินโดนีเซียเป็นหนึ่งในตลาดที่มีศักยภาพสูงสุดด้วยฐานผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตอย่างน้อยราว 212 ล้านคน ณ มกราคม 2025 (ตามรายงาน DataReportal)

โครงการ Green Data Center ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานความร้อนใต้พิภพ (Geothermal-Powered Green Data Center) จึงเป็นหนึ่งใน โมเดลนวัตกรรมพลังงานสะอาดและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลแห่งอนาคต ที่กำลังถูกศึกษาและพัฒนาในอินโดนีเซีย โดยบริษัทพลังงานรัฐ PT Pertamina Geothermal Energy Tbk (PGE) ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการใช้งานพลังงานความร้อนใต้พิภพในประเทศ 

ทำไมพลังงานความร้อนใต้พิภพจึงน่าสนใจสำหรับ Data Center?

Data Center ต้องการไฟฟ้า “เสถียร” ตลอด 24 ชั่วโมง ขณะที่พลังงานความร้อนใต้พิภพมีจุดเด่นด้านการเป็นแหล่งพลังงานคาร์บอนต่ำที่สามารถจ่ายไฟได้อย่างมั่นคง ตามการประเมินของ IEA

อีกทั้ง เมื่อความต้องการไฟฟ้าจากดาต้าเซ็นเตอร์ทั่วโลกมีแนวโน้มเพิ่มสูง โดย IEA ระบุว่าอาจ มากกว่าสองเท่าในช่วงไปถึงปี 2030 ความสามารถในการจัดหาไฟฟ้าสะอาดและมั่นคงจึงกลายเป็นโจทย์สำคัญของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล

ความเคลื่อนไหวเชิงยุทธศาสตร์ของ PGE

PGE ไม่ได้มองโปรเจกต์นี้เป็น “แนวคิด” แต่เป็นส่วนหนึ่งของ วิสัยทัศน์ทางธุรกิจและพลังงานระยะยาว ของบริษัท โดยร่วมมือกับหลายภาคส่วนเพื่อผลักดันให้โครงการเกิดขึ้นจริง:

ความร่วมมือหลายภาคส่วน

PGE ลงนามความร่วมมือร่วมกับ

  • Indonesia Data Center Provider Organization (IDPRO)
  • คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยอินโดนีเซีย (UI)

เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ทั้งด้านเทคนิคและเชิงพาณิชย์ ก่อนเข้าสู่ “ขั้นตอนการปฏิบัติจริง” ในอนาคต

โอกาสทางธุรกิจสูง

ปริมาณการใช้พลังงานของ Data Center ในอินโดนีเซียคาดว่าจะเติบโตอย่างรวดเร็ว
คาดการณ์จากประมาณ 520 เมกะวัตต์ในปี 2025 ไปถึง 1.8 กิกะวัตต์ภายในปี 2030 ซึ่งเป็นตัวเลขที่บ่งชี้ถึงโอกาสการลงทุนขนาดใหญ่ในภูมิภาคนี้วัตต์ในปี 2025 ไปถึง 1.8 กิกะวัตต์ภายในปี 2030 ซึ่งเป็นตัวเลขที่บ่งชี้ถึงโอกาสการลงทุนขนาดใหญ่ในภูมิภาคนี้ 

ความหมายเชิงระบบพลังงานและดิจิทัล

โครงการนี้ไม่ได้เป็นเพียงการสร้างไฟฟ้าให้ศูนย์ข้อมูลเท่านั้น แต่สะท้อนถึง:

การผสานกันระหว่าง

Energy Transition (การเปลี่ยนผ่านพลังงาน)
และ
Digital Transformation (การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล)

เมื่อนำพลังงานสะอาดเข้ามาผสานกับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล จะช่วยให้ระบบเศรษฐกิจเข้ากับเป้าหมาย Net Zero Emission ในระยะยาวได้อย่างยั่งยืน มากกว่าแค่การก่อสร้าง Data Center แบบ “ธรรมดา”

โอกาสทางนวัตกรรมและทักษะ

ทางฝั่งมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยกำลังเข้ามามีบทบาท ทำให้เกิด “งานวิจัยประยุกต์” และการต่อยอดเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ทั้งพลังงานและดิจิทัล ซึ่งจะสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ ในภูมิภาค 

ความหมายต่อภูมิภาคอาเซียน

การเกิด Green Data Center จากพลังงานความร้อนใต้พิภพในอินโดนีเซียถือเป็น สัญญาณสำคัญ ของการเปลี่ยนผ่านพลังงานในอาเซียน:

  • สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในการใช้พลังงานหมุนเวียนเชิงฐาน
  • เปิดโอกาสให้ประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคพิจารณาโมเดลนี้
  • สนับสนุนให้เกิดศูนย์ข้อมูลที่ยั่งยืนและลดการปล่อยคาร์บอนในภูมิภาค 

สรุป

โครงการ Green Data Center แห่งแรกในอินโดนีเซีย โดย PGE ไม่ใช่แค่โครงการนำร่อง แต่นี่คือ จิ๊กซอว์สำคัญของยุทธศาสตร์พลังงานสะอาดและดิจิทัล ที่จะเปลี่ยนโฉมโครงสร้างพื้นฐานด้านทั้งพลังงานและเทคโนโลยีสารสนเทศในอาเซียนอย่างแท้จริง

เพื่อให้การเติบโตดิจิทัลของชาติสอดคล้องกับเป้าหมาย Net Zero ภาคเอกชน รัฐ และสถาบันวิจัยจะต้องร่วมกันผลักดันโมเดลนี้ให้เกิดขึ้นจริง โดยเน้นทั้งความมั่นคงของพลังงานและความยั่งยืนของระบบดิจิทัลในระยะยาว

บทความอื่นๆ