เมื่อพลังงานสะอาดต้องการมากกว่าแค่แสงอาทิตย์และลม ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา การลงทุนด้านพลังงานสะอาดทั่วโลกเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลม ที่มีต้นทุนลดลงอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม เมื่อโลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคของ Data Center, AI, Semiconductor, Hydrogen และอุตสาหกรรมพลังงานเข้มข้น ความท้าทายสำคัญกลับไม่ใช่เพียงการผลิตไฟฟ้าสะอาด แต่คือการมี “พลังงานสะอาดที่จ่ายไฟได้ตลอด 24 ชั่วโมง”
นี่คือเหตุผลที่ทำให้ “Geothermal Energy” หรือพลังงานความร้อนใต้พิภพ กลายเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีพลังงานสะอาดที่ได้รับความสนใจมากที่สุดจากนักลงทุนระดับโลกในปัจจุบัน เพราะพลังงานความร้อนใต้พิภพสามารถผลิตไฟฟ้า ความร้อน และความเย็นได้ตลอด 24 ชั่วโมง 365 วันต่อปี จึงถูกจัดอยู่ในกลุ่ม Baseload Renewable Energy ซึ่งกำลังเป็นที่ต้องการอย่างมากจากบริษัทเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมขนาดใหญ่
เงินลงทุนในเทคโนโลยีพลังงานความร้อนใต้พิภพ (Geothermal Technology) กำลังไหลเข้าสู่ตลาดอย่างมีนัยสำคัญ
แม้ว่าพลังงานความร้อนใต้พิภพจะไม่ใช่อุตสาหกรรมใหม่ แต่เทคโนโลยีรุ่นใหม่ เช่น Enhanced Geothermal Systems (EGS), Advanced Geothermal Systems (AGS) และ Deep Drilling Technology กำลังเปิดโอกาสให้สามารถพัฒนาโครงการได้ในพื้นที่ที่กว้างขึ้นกว่าที่เคย
ผลลัพธ์คือ นักลงทุน Venture Capital, Climate Tech Fund, Sovereign Wealth Fund รวมถึงบริษัทพลังงานรายใหญ่ระดับโลก เริ่มเข้ามาลงทุนในสตาร์ทอัพด้านพลังงานความร้อนใต้พิภพอย่างจริงจัง
สิ่งที่น่าสนใจคือ บริษัท Geothermal Technology ชั้นนำของโลกไม่ได้พึ่งพาเงินลงทุนรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง แต่ใช้การผสมผสานระหว่าง
- Equity Financing (การเพิ่มทุน)
- Grant Funding (เงินสนับสนุนจากภาครัฐ)
- Debt Financing (เงินกู้โครงการ)
- Bridge Loan
- Preferred Equity
- Project Finance
สะท้อนให้เห็นว่า Geothermal เป็นธุรกิจที่มีความเข้มข้นด้านเงินลงทุน (Capital Intensive Business) และต้องอาศัยเงินทุนจำนวนมากเพื่อเปลี่ยนเทคโนโลยีจากห้องทดลองสู่โครงการเชิงพาณิชย์
Fervo Energy: สตาร์ทอัพพลังงานความร้อนใต้พิภพรายแรกที่ทะลุระดับ 1 พันล้านดอลลาร์
Fervo Energy จากสหรัฐอเมริกา ถือเป็นหนึ่งในบริษัทที่ได้รับความสนใจมากที่สุดในอุตสาหกรรม ข้อมูลการระดมทุนที่เปิดเผยระบุว่า Fervo ได้ระดมทุนสะสมมากกว่า 1.12 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ผ่านหลายรอบการลงทุน ตั้งแต่ปี 2020 เป็นต้นมา
นักลงทุนสำคัญประกอบด้วย Breakthrough Energy Ventures, Devon Energy, B Capital, CPP Investments, DCVC, Capricorn Investment Group และนักลงทุนรายบุคคลในช่วงเริ่มต้น เช่น Jeff Bezos, Bill Gates, Richard Branson และ Masayoshi Son
กรณีของ Fervo แสดงให้เห็นว่าตลาดทุนเริ่มมองพลังงานความร้อนใต้พิภพในฐานะ Infrastructure Asset มากกว่าการเป็นเพียง Startup Technology Company แล้ว
สิ่งที่ทำให้นักลงทุนสนใจ Fervo ได้แก่
- การนำเทคนิคการเจาะและการกระตุ้นชั้นหินจากอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซมาประยุกต์ใช้
- การสร้างโรงไฟฟ้า EGS เชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่
- การมีโครงการจริงที่สามารถขยายกำลังผลิตได้หลายร้อยเมกะวัตต์
- การตอบโจทย์ความต้องการพลังงานของ Data Center และ AI Infrastructure
ข้อมูลการระดมทุน
| รูปแบบเงินลงทุน | รายละเอียด |
| Equity Funding | 2020 : Series B มูลค่า 28 ล้านดอลลาร์2022 : Series C มูลค่า 138 ล้านดอลลาร์มีนักลงทุนสำคัญ ได้แก่ Breakthrough Energy Ventures, BHP Ventures, DCVC และ Prelude Venturesนักลงทุน Angel ช่วงเริ่มต้นประกอบด้วย Jeff Bezos, Bill Gates, Richard Branson และ Masayoshi Son2024 : Series D มูลค่า 244 ล้านดอลลาร์ นำโดย Devon Energy2024 : Corporate Equity Round มูลค่า 135 ล้านดอลลาร์2025 : Series E มูลค่า 462 ล้านดอลลาร์ นำโดย B Capital |
| Grant Funding | 2024 : ได้รับ Grant จาก U.S. Department of Energy มูลค่า 25 ล้านดอลลาร์ สำหรับโครงการ EGS Demonstration |
| Debt Financing และ Bridge Loan | 2024 : ได้รับ Bridge Loan มูลค่า 100 ล้านดอลลาร์จาก X-Caliber Rural Capital2024 : ได้รับ Debt Capital อีก 120 ล้านดอลลาร์จาก Mercuria2025 : ได้รับ Non-Dilutive Bridge Debt Financing เพิ่มเติม 45.6 ล้านดอลลาร์2025 : เพิ่มวงเงิน Corporate Term Loan อีก 60 ล้านดอลลาร์ |
| Preferred Equity | 2025 : ได้รับ Project-Level Preferred Equity 100 ล้านดอลลาร์2025 : ได้รับ Preferred Equity Commitment เพิ่มเติมอีก 75 ล้านดอลลาร์ |
| Project Finance | 2026 : ปิดดีล Non-Recourse Debt Financing มูลค่า 421 ล้านดอลลาร์ สำหรับโครงการ Cape Station ในรัฐ Utah Construction-to-Term Loan 309 ล้านดอลลาร์Tax Credit Bridge Loan 61 ล้านดอลลาร์Letter of Credit Facility 51 ล้านดอลลาร์ |
*อ้างอิงจากข้อมูลที่เปิดเผยสู่สาธารณะเท่านั้น และอาจไม่ครอบคลุมการระดมทุนทั้งหมดของแต่ละบริษัท
Eavor: Closed-Loop Geothermal ที่ดึงดูด Microsoft และกองทุนระดับโลก
Eavor จากแคนาดาเป็นอีกหนึ่งบริษัทที่ได้รับการจับตามองอย่างมาก บริษัทสามารถระดมทุนและเงินสนับสนุนจากภาครัฐรวมหลายร้อยล้านดอลลาร์ โดยในปี 2023 เพียงปีเดียว Eavor ปิดรอบ Series B มูลค่า 182 ล้านดอลลาร์ และได้รับทุนสนับสนุนจากสหภาพยุโรปเพิ่มเติมอีก 91.6 ล้านยูโร
ผู้ลงทุนสำคัญ ได้แก่ Microsoft Climate Innovation Fund, OMV AG, Canada Growth Fund, Temasek, Chevron Technology Ventures และ bp Ventures
จุดเด่นของ Eavor คือ
- ระบบ Closed-Loop Geothermal ที่ไม่ต้องพึ่งพาแหล่งน้ำใต้ดินตามธรรมชาติ
- ลดความเสี่ยงด้านทรัพยากรเมื่อเทียบกับระบบดั้งเดิม
- สามารถติดตั้งได้ในพื้นที่หลากหลายมากขึ้น
- มีศักยภาพในการขยายตลาดระดับโลก
ข้อมูลการระดมทุน
| รูปแบบเงินลงทุน | รายละเอียด |
| Equity Funding | 2019 : Series A มูลค่า CAD 15 ล้าน (ประมาณ 11.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) จาก Vickers Venture Partners2021 : Funding Round มูลค่า 40 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จาก bp Ventures, Chevron Technology Ventures, Temasek, BDC Capital และ Eversource2023 : Series B มูลค่า 182 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นำโดย OMV AG พร้อม Canada Growth Fund, Japan Energy Fund และ Microsoft Climate Innovation Fund2024 : OMV ลงทุนเพิ่มเติม 34 ล้านยูโร และนักลงทุนเชิงกลยุทธ์ลงทุนเพิ่มเติมอีก CAD 87 ล้าน2025 : Canada Growth Fund ประกาศลงทุนสูงสุด 138 ล้านดอลลาร์ โดยแบ่งเป็นเงินลงทุนเริ่มต้น 89 ล้านดอลลาร์ และอีก 48 ล้านดอลลาร์เมื่อบรรลุ Milestone ที่กำหนด |
| Grant Funding | 2023 : ได้รับ Grant จากสหภาพยุโรปมูลค่า 91.6 ล้านยูโร (ประมาณ 99.8 ล้านดอลลาร์)2024 : ได้รับเงินสนับสนุนเพิ่มเติมจาก European Investment Bank (EIB) อีก 45 ล้านยูโร |
| Debt Financing | 2024 : ได้รับ Project Debt Financing มูลค่า 130 ล้านยูโร สำหรับโครงการเชิงพาณิชย์แห่งแรกในประเทศเยอรมนี ผู้สนับสนุนประกอบด้วย EIB, JBIC, ING Bank และ Mizuho Bank |
*อ้างอิงจากข้อมูลที่เปิดเผยสู่สาธารณะเท่านั้น และอาจไม่ครอบคลุมการระดมทุนทั้งหมดของแต่ละบริษัท
Sage Geosystems: พลังงานและระบบกักเก็บพลังงานในเทคโนโลยีเดียว
Sage Geosystems ได้รับเงินลงทุนมากกว่า 114 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในเวลาเพียงไม่กี่ปี โดยนักลงทุนหลักประกอบด้วย Ormat Technologies, Chesapeake Energy และ Carbon Direct Capital
สิ่งที่โดดเด่นคือแนวคิด Geopressured Geothermal System (GGS) ซึ่งสามารถใช้เป็นทั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากความร้อนใต้พิภพ และระบบกักเก็บพลังงานระยะยาว (Long Duration Energy Storage)
ความสามารถในการตอบโจทย์ทั้งตลาดพลังงานสะอาดและตลาด Energy Storage ทำให้นักลงทุนมองเห็นโอกาสทางธุรกิจที่กว้างขึ้น
ข้อมูลการระดมทุน
| รูปแบบเงินลงทุน | รายละเอียด |
| Equity Funding | 2024 : Series A มูลค่า 17 ล้านดอลลาร์ นำโดย Chesapeake Energy, Arch Meredith และ Helium-3 Ventures พร้อมการสนับสนุนจาก Virya, Nabors Industries และ Ignis Energy เงินทุนดังกล่าวถูกใช้ในการก่อสร้างโรงไฟฟ้า Geopressured Geothermal System (GGS) เชิงพาณิชย์ขนาด 3 MW แห่งแรกของโลกในรัฐเท็กซัส2026 : Series B มูลค่ามากกว่า 97 ล้านดอลลาร์ นำโดย Ormat Technologies และ Carbon Direct Capital |
*อ้างอิงจากข้อมูลที่เปิดเผยสู่สาธารณะเท่านั้น และอาจไม่ครอบคลุมการระดมทุนทั้งหมดของแต่ละบริษัท
Quaise Energy: ความหวังใหม่ของการเจาะลึกระดับหลายกิโลเมตร
Quaise Energy กำลังพัฒนาเทคโนโลยีการเจาะด้วยคลื่นไมโครเวฟ (Millimeter Wave Drilling) แนวคิดคือการเข้าถึงชั้นหินที่ร้อนกว่าการเจาะแบบเดิมอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งหากประสบความสำเร็จ อาจขยายศักยภาพพลังงานความร้อนใต้พิภพได้อย่างมหาศาล
สิ่งที่นักลงทุนมองเห็นคือ
- เทคโนโลยีที่มีศักยภาพเปลี่ยนโครงสร้างต้นทุนของอุตสาหกรรม
- ตลาดขนาดใหญ่มากหากเทคโนโลยีพิสูจน์ได้จริง
- โอกาสในการเข้าถึงทรัพยากรความร้อนใต้พิภพที่ลึกกว่าเดิม
ข้อมูลการระดมทุน
| รูปแบบเงินลงทุน | รายละเอียด |
| Early Stage Funding | 2022 : เงินลงทุน Seed Funding 18 ล้านดอลลาร์ |
| Equity Funding | 2022 : Series A มูลค่า 52 ล้านดอลลาร์ 2024 : Series A1 มูลค่า 21 ล้านดอลลาร์ นำโดย Prelude Ventures และ Safar Partners 2026 : บริษัทกำลังแสวงหาเงินทุนรวม 200 ล้านดอลลาร์ สำหรับโรงไฟฟ้าเชิงพาณิชย์แห่งแรกใน OregonSeries B จำนวน 100 ล้านดอลลาร์Grant และ Debt Financing อีก 100 ล้านดอลลาร์ |
| Grant Funding | 2022 : Grant Funding 5 ล้านดอลลาร์ |
*อ้างอิงจากข้อมูลที่เปิดเผยสู่สาธารณะเท่านั้น และอาจไม่ครอบคลุมการระดมทุนทั้งหมดของแต่ละบริษัท
XGS Energy: เทคโนโลยีที่มุ่งแก้ปัญหาการใช้น้ำของอุตสาหกรรม Geothermal
หนึ่งในความท้าทายสำคัญของการพัฒนาโครงการ Geothermal ทั่วโลกคือ “น้ำ” ระบบ Geothermal หลายประเภทต้องพึ่งพาน้ำจำนวนมากเพื่อถ่ายเทความร้อนใต้ดินขึ้นมาสู่พื้นผิว ส่งผลให้หลายพื้นที่ที่มีศักยภาพด้านความร้อนใต้พิภพไม่สามารถพัฒนาโครงการได้จริง เนื่องจากข้อจำกัดด้านทรัพยากรน้ำ
XGS Energy เลือกแก้ปัญหานี้โดยตรง ผ่านการพัฒนาเทคโนโลยี Closed-Loop Geothermal รุ่นใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อลดการพึ่งพาน้ำใต้ดินและเพิ่มประสิทธิภาพการถ่ายเทความร้อน
แนวคิดดังกล่าวทำให้ XGS กลายเป็นหนึ่งในบริษัทที่ได้รับความสนใจจาก Climate Tech นักลงทุนพลังงานสะอาด และ Venture Capital ชั้นนำหลายราย แม้ XGS จะไม่ได้ระดมทุนระดับหลายร้อยล้านดอลลาร์เหมือน Fervo หรือ Eavor แต่บริษัทสามารถระดมทุนอย่างต่อเนื่องตามความก้าวหน้าของเทคโนโลยี ซึ่งเป็นสิ่งที่นักลงทุนจำนวนมากมองว่าเป็นสัญญาณเชิงบวกของการลดความเสี่ยงทางเทคโนโลยี (Technology De-Risking)
ข้อมูลการระดมทุน
| รูปแบบเงินลงทุน | รายละเอียด |
| Equity Funding | 2023 : ระดมทุน 19 ล้านดอลลาร์ ประกอบด้วย Series A มูลค่า 14 ล้านดอลลาร์ นำโดย Anzu Partners2024 : ระดมทุนเพิ่ม 9.7 ล้านดอลลาร์ นำโดย Constellation Technology Ventures, with BlueScopeX, และ Thin Line Capital2024 : ระดมทุนเพิ่มอีก 20 ล้านดอลลาร์ ส่งผลให้เงินทุนสะสมทะลุ 40 ล้านดอลลาร์2025 : ระดมทุนเพิ่มอีก 13 ล้านดอลลาร์ โดยมีนักลงทุนใหม่ประกอบด้วย Aligned Climate Capital, ClearSky, ClimateIC และ WovenEarth Ventures |
*อ้างอิงจากข้อมูลที่เปิดเผยสู่สาธารณะเท่านั้น และอาจไม่ครอบคลุมการระดมทุนทั้งหมดของแต่ละบริษัท
GreenFire Energy: เปลี่ยนบ่อ Geothermal เดิมให้กลับมาสร้างมูลค่าอีกครั้ง
ในขณะที่หลายบริษัทกำลังแข่งขันกันพัฒนาเทคโนโลยีเจาะลึกหรือสร้างแหล่งความร้อนใต้พิภพใหม่ GreenFire Energy เลือกแก้ปัญหาอีกด้านหนึ่งของอุตสาหกรรม นั่นคือ “การเพิ่มประสิทธิภาพของแหล่งผลิตที่มีอยู่แล้ว”
บริษัทพัฒนาเทคโนโลยี GreenLoop™ ซึ่งออกแบบมาเพื่อช่วยให้บ่อความร้อนใต้พิภพที่มีประสิทธิภาพต่ำ หรือบ่อที่ใกล้หมดอายุ สามารถกลับมาผลิตพลังงานได้อีกครั้งโดยไม่จำเป็นต้องลงทุนเจาะบ่อใหม่ทั้งหมด
แนวทางนี้ได้รับความสนใจจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เนื่องจากสามารถช่วยลดต้นทุนการพัฒนาโครงการและเพิ่มผลตอบแทนจากสินทรัพย์เดิมที่มีอยู่แล้ว
จุดเด่นคือ
- การนำบ่อเก่าหรือบ่อที่มีประสิทธิภาพต่ำกลับมาใช้งานใหม่
- ลดต้นทุนการพัฒนา
- เพิ่มผลตอบแทนจากสินทรัพย์เดิม
โดย GreenFire เป็นหนึ่งในตัวอย่างของ Climate Tech Startup ที่ได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจากหน่วยงานภาครัฐของสหรัฐอเมริกาและรัฐแคลิฟอร์เนีย
ข้อมูลการระดมทุน
| รูปแบบเงินลงทุน | รายละเอียด |
| Grant Funding | 2010 : ได้รับทุนสนับสนุน 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐจาก Department of Energy (DOE) Geothermal Technologies Program ซึ่งเงินทุนดังกล่าวใช้เพื่อศึกษาศักยภาพของเทคโนโลยีผลิตไฟฟ้าจากความร้อนใต้พิภพโดยใช้คาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂-Based Geothermal Power Production Technology)2017 : ได้รับ Major Grant มูลค่า 1.48 ล้านดอลลาร์จาก California Energy Commission (CEC)2022 : ได้รับ Grant เพิ่มเติมอีก 2.7 ล้านดอลลาร์จาก California Energy Commission โดยเงินทุนถูกนำไปใช้พัฒนา Steam Dominated GreenLoop (SDGL) System ในพื้นที่ The Geysers ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานความร้อนใต้พิภพที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกในรัฐแคลิฟอร์เนีย |
| Equity Funding | 2022 : บริษัทระดมทุน Series A มูลค่า 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นำโดย Baker Hughes หนึ่งในบริษัทเทคโนโลยีและบริการด้านพลังงานที่ใหญ่ที่สุดของโลก |
*อ้างอิงจากข้อมูลที่เปิดเผยสู่สาธารณะเท่านั้น และอาจไม่ครอบคลุมการระดมทุนทั้งหมดของแต่ละบริษัท
นักลงทุนกำลังมองหาอะไรใน Geothermal Startup?
จากกรณีศึกษาของบริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรม พบปัจจัยร่วมที่ดึงดูดนักลงทุน ได้แก่
1. พลังงานสะอาดแบบ 24/7
นักลงทุนให้ความสำคัญกับแหล่งพลังงานที่สามารถจ่ายไฟได้ตลอดเวลา ไม่ขึ้นกับสภาพอากาศ
2. ตลาดขนาดใหญ่
การเติบโตของ AI Data Center, Semiconductor Manufacturing, Green Hydrogen และ Industrial Decarbonization กำลังสร้างความต้องการพลังงานสะอาดที่มั่นคงในปริมาณมหาศาล
3. ความสามารถในการขยายโครงการ (Scalability)
นักลงทุนมองหาเทคโนโลยีที่สามารถขยายจากโครงการนำร่องไปสู่ระดับหลายร้อยเมกะวัตต์ได้
4. การใช้ประโยชน์จากความเชี่ยวชาญอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซ
หลายบริษัทสามารถนำบุคลากร เครื่องมือ และองค์ความรู้จากอุตสาหกรรม Oil & Gas มาปรับใช้ได้ ทำให้ลดต้นทุนและความเสี่ยง
5. ความได้เปรียบเชิงเทคโนโลยี
นักลงทุนไม่ได้มองหาเพียงโครงการพลังงาน แต่กำลังมองหาเทคโนโลยีที่สร้าง Barrier to Entry และสามารถสร้างความได้เปรียบระยะยาว
อนาคตของพลังงานความร้อนใต้พิภพ อยู่ที่การขยายจากแหล่งพลังงานสู่โครงสร้างพื้นฐานของเศรษฐกิจใหม่
เมื่อโลกต้องการพลังงานสะอาดที่มั่นคงมากขึ้น พลังงานความร้อนใต้พิภพกำลังก้าวจากพลังงานทางเลือกไปสู่หนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ
การที่สตาร์ทอัพหลายรายสามารถระดมทุนได้ตั้งแต่หลักสิบล้านจนถึงหลักพันล้านดอลลาร์ สะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนระดับโลกกำลังมองเห็นศักยภาพระยะยาวของเทคโนโลยีนี้อย่างจริงจัง
แม้เส้นทางการพัฒนาพลังงานความร้อนใต้พิภพจะต้องใช้เงินลงทุนสูงและระยะเวลานานกว่าพลังงานหมุนเวียนบางประเภท แต่หากสามารถพิสูจน์เทคโนโลยีและขยายโครงการเชิงพาณิชย์ได้สำเร็จ ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจและผลกระทบต่อการลดการปล่อยคาร์บอนอาจมีมูลค่าสูงอย่างมหาศาล
GeoAgni กำลังเปิดระดมทุน
GeoAgni ผู้พัฒนาเทคโนโลยีและโครงการพลังงานความร้อนใต้พิภพ กำลังอยู่ในช่วงการระดมทุนเพื่อเร่งการพัฒนาและขยายโครงการพลังงานสะอาดรูปแบบใหม่สำหรับภาคอุตสาหกรรมและโครงสร้างพื้นฐานพลังงานแห่งอนาคตในประเทศไทย
สำหรับนักลงทุน กองทุน Venture Capital นักลงทุนเชิงกลยุทธ์ หรือองค์กรที่สนใจโอกาสในการร่วมพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานความร้อนใต้พิภพ สามารถติดต่อเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Email: support@geoagni.com





